ทัวร์ตูนีเซีย:เจาะลึกตูนีเซีย 8 วัน
ตูนีส – ซิดิ บูร์ ไซด์ – คาร์เธจ – ไคราวัน - สบีทลา -โทเซอร์– เนฟต้า - แมทมาธาร์ –
แอล เจม – ซูส – นาเบิล
***** (พักโรงแรมระดับ 5 ดาว) *****
เดินทาง 8-15 พ ย 2552
วันแรก กรุงเทพฯ
23.30 น. พบกันที่เคาน์เตอร์เชคอิน U (Row U) ประตูทางเข้าที่ 9 หรือ 10 อาคารผู้โดยสาร สายการบินเตอร์เอมิเรท (EK) ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่สอง กรุงเทพฯ – ตูนิส – คาร์เธจ
01.25 น. ออกเดินทางไปยังเมืองดูไบ ประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรท โดยสายการบินเอมิเรท เที่ยวบินที่ EK385
04.30 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองดูไบ เพื่อเปลี่ยนเครื่องบิน
09.00 น. เดินทางสู่เมืองตูนิส ประเทศตูนีเซีย โดยเที่ยวบิน EK749
16.05 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองตูนิส ประทศตูนีเซีย ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางสู่ที่พัก โรงแรม El Mouradi Palace (โรงแรมระดับ 5 ดาว) รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สาม ตูนิส – ไคราวัน
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์บาร์โด (BARDO MUSEUM) สถานที่ซึ่งรวบรวมร่องรอยในอดีตทั้งหมดของตูนีเซีย ซึ่งเคยเป็นพระราชวังเก่าของเจ้าผู้ครองตูนิสในยุคฮุสเซ็น (ศตวรรษที่ 18 – 19) ซึ่งเก็บประวัติศาสตร์อารยธรรมโลกไว้ต้งแต่หน้าแรก โดยเน้นที่ยุคโรมัน รุ่งเรืองต้นคริสกาล ผ่านยุคคริสเตียนแห่งไบแซนไทน์ ต่อเนื่องถึงยุคอิสลามในราวศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา สิ่งที่น่าสนใจเห็นจะเป็นโมเสกประดับพื้นประดับผนังที่จำลองมาจากบ้านคหบดีเก่าซึ่งขุดค้นมาได้จากทั่วประเทศ มีความงามอลังการถูกชื่นชมว่าสวยงามกว่า พิพิธภัณฑ์ซึ่งแสดงศิลปวัฒนธรรมของโรมันไหนๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายปักดิ้นเงินทองแบบอาหรับและเครื่องเงินซึ่งสวยงามมาก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น พิฑิธภัณฑ์ที่แสดงโมเสกที่ดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และสวยที่สุดในโลก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ที่ Hotel Tunisia Palace
บ่าย นำท่านชมเมืองเก่าตูนิส (MEDINA OF TUNIS) ชมภาพย้อนกาลเวลา สู่เขตซึ่งผู้คนยังสวมชุดยาวกรอมเท้าใส่หมวกทรงกลมสีแดงเข้ม นั่งดูดมอระกู่ จิบชาสะระแหน่หรือกาแฟข้นเลื่องชื่อ ผู้คนเจรจาซื้อขาย สินค้าเฉกเดียวกับที่บรรพบุรุษชาวอาหรับเคยทำมานับร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นพรมทอมือ เครื่อง ทองเหลือง เครื่องหนัง เสื้อผ้า จนถึงน้ำหอมและเครื่องเทศกลิ่นฉุนในเมดิน่า เสมือนกับท่านเดินย้อนสู่กาลเวลา เพลิดเพลินเลือกซื้อ
สินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่เมืองไคราวัน นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม La Kasbah (โรงแรมระดับ 5 ดาว) รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สี่ ไคราวัน – สบีทลา – โทเซอร์
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านชม เมืองไคราวัน เคยเป็นเมืองหลวงของมุสลิมมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 7 เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางคาราวานที่สำคัญ กระทั่งยุคช่วงศตวรรษที่ 13 จึงย้ายเมืองหลวงไปที่ตูนิส และปัจจุบันเมืองเก่าไคราวัน ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และเป็นศูนย์กลางการค้างานฝีมือทอพรมขนสัตว์ที่สำคัญ นอกจากนี้เมืองนี้ได้รับสมญานามว่า “CITY OF 50 MOSQUE” เมืองนี้จัดได้ว่าเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาในแถบแอฟริกาเหนือ และมีความสำคัญเป็นอันดับ 5 รองจากเมกกะ, เมดินา, เยรูซาเลม และ คูฟา ชม สุเหร่าใหญ่ (GREAT MOSQUE) หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า “สุเหร่าซิดี อักบาร์” (MOSQUE OF SIDI OKBA) ตั้งชื่อตามผู้สร้างคือ AKBAR IBN NAFFI สุเหร่าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 671 พร้อมกับการสร้างเมืองใหม่ในเวลานั้น โดยใช้หินจากวิหารของโรมันและโบสถ์ ไบเซนไทน์ในสมัยก่อน ทำให้สุเหร่ามีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานทั้งโรมัน ฟินิกซ์ และ อารบิก สุหร่าแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปแอฟริกาเหนือ เป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอิสลาม ลานกว้างกลางสุเหร่านั้นใหญ่โตเกือบเท่าขนาดสนามฟุตบอล และทำห้องเก็บน้ำไว้ข้างใต้โดยภูมิปัญญาคนโบราณที่ล้ำลึก ในส่วนโถงสวดมีขนาดใหญ่มาก และหอคอยของสุเหร่ายังคงตั้งตระหง่านมากว่าหนึ่งพันสามร้อยปี เป็นต้นแบบของหอคอยสุเหร่าหรือมินาเรตในยุคต่อมา จากนั้นนำท่านชมสุเหร่าอีกแห่งซึ่งมีความสำคัญต่อชาวตูนิส สุเหร่า ซิดี ซาฮาบ หรือ สุเหร่าเบอร์เบอร์ (MOSQUE OF THE BARBER) อันเป็นที่ฝังศพของ อาบู ซัมมา เอล บาลาวี (ABOU XAMMAA EL BALAOUI) ผู้ติดตาม นบีโมฮัมหมัด ศาสดาของศาสนาอิสลาม ซึ่งถูกสังหารในสงครามนอกเมืองไคราวัน และเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่เก็บเส้นเครา 3 เส้นของพระนบีโมฮัมหมัด ซึ่ง อาบู ซัมมา เอล บาลาวี เก็บติดตัวไว้ตลอดเวลาเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ จึงถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการจารึกแสวงบุญของชาวมุสลิม จากนั้นนำท่านชมอ่างเก็บน้ำ AGHLABITE ซึ่งสร้างโดยผู้นำชาว Aghlabite ในยุคกลาง ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญด้านวิศวกรรมไฮโดรลิค ในยุคกลาง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองสบีทลา (SBEITLA) เมืองโรมันโบราณอีกแห่งของตูนีเซีย ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบนอกเขตเมืองใหม่ นำท่านชม เมืองสบีทลา (SBEITLA) เมืองเก่าที่ยิ่งใหญ่เมืองหนึ่งในประวัติศาสตร์ตูนีเซีย เดิมเคยเป็นศูนย์กลางของชาวคริสเตียนในสมัยไบแซนไทน์ หลังจากนั้นอาณาจักรก็ล่มสลายลงจากการบุกรุกของชาวอาหรับ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม SUFETULA
บ่าย นำท่านชมเมืองโรมันโบราณซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบนอกเขตเมืองใหม่ (Archaeological Park) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโทเซอร์ (TOZEUR) ซึ่งได้สมญานามว่ากุหลาบทะเลทราย และ “ประตูสู่ทะเลทรายซาฮารา” เมืองโทเซอร์เป็นเมืองโอเอซิสซึ่งมีต้นปาล์มให้ร่มเงาและมีอินทผาลัมที่ดีที่สุดในตูนีเซีย ในอดีตเมืองโทเซอร์จัดได้ว่าเป็นเมืองโอเอซิสขนาดใหญ่ในทะเลทรายซาฮาร่า เป็นเมืองที่พักของเหล่ากองคาราวานที่ต้องการค้าขายสินค้ากับพ่อค้าแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในแถบแอฟริกาเหนือ ดังนั้นโทเซอร์จึงถือเป็นจุดเชื่อมการค้าขายของพ่อค้าทะเลทราย นำท่านชมเมืองโทเซอร์ เมืองโอเอซิสขนาดใหญ่ ที่มีต้นปาล์มกว่า 200,000 ต้น ภายในเมืองโทเซอร์ยังมีสวนพฤกษศาสตร์หลายแห่ง ให้ท่านได้เพลินเพลินกับบรรยากาศโอเอซิสในทะเลทรายซาฮาร่า อิสระให้ท่านช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝากมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอมจากพืชธรรมชาติ, อินทผลัม, พรม, ถั่วต่างๆ และของที่ระลึก
ค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Dar Cherait (โรงแรมระดับ 5 ดาว) รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมที่พัก จากนั้นนำชม พิพิธภัณฑ์ DAR CHERAIT
วันที่ห้า โทเซอร์ – เนฟต้า – แมทมาธาร์
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถจิ๊บ (4W) เพื่อชมโอเอซิสที่มีชื่อเสียงของเมืองโทเซอร์ ซึ่งได้แก่ เชบิก้า (Chebika), ทาเมอร์ซ่า (Tamerza), และ ไมดัส (Midas) โอเอซิสทั้งสามแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สวยงามมาก ในยุคโรมันยังได้เคยใช้เป็นที่ตั้งของกองทัพอีกด้วย พื้นที่เหล่านี้ปัจจุบันได้ถูกครอบครองโดยหมู่บ้าน เชบิก้า ซึ่งอาคารต่างๆได้ปลูกสร้างจากหินและโคลน ห่างจากเชบิก้าเล็กน้อย จะเป็นที่ตั้งของโอเอซิสเล็กๆ ที่ชื่อว่า เอล คันก้า (El Khanga) จากนั้นเดินทางต่อสู่ ทาเมอร์ซ่า ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความงดงามอย่างยิ่ง อดีตประธานาธิบดีของฝรั่งเศส (Francois Mitterrand) ได้หลงใหลบรรยากาศของโอเอซีสแห่งนี้ และได้เคยพักค้างคืนที่นี่ด้วย จากนั้นเดินทางต่อสู่ ไมดัส เป็นโอเอซิสที่ตั้งอยู่บนที่สูง ล้อมรอบด้วยสวนปาล์ม จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองแมทมาธาร์ (MATMATA) ระหว่างเดินทางท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพ ทะเลเกลือ หรือ ทะเลสาบน้ำเค็ม (CHOLLEL-JERID SALT LAKE) ซึ่งเป็นทะเลเกลือ ที่อยู่ในทะเลทราย
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยงที่โรงแรม SUN PALM
บ่าย นำท่านชม เมืองแมทมาธาร์ (THE STAR OF TUNISIA’S SOUTH) หรือ ชมบ้านหลุม (TROGLODTE HOUSE) ซึ่งเมืองนี้มีชื่อเสียงในเรื่องผู้คนสร้างบ้านลงไปใต้ดิน จากนั้นแวะถ่ายรูปที่โรแงรม SIDI DRISS สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ STAR WAR ภาค 1
ค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม LES OLIVIERS PALACE (โรงแรมระดับ 5 ดาว) รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่หก แมทมาธาร์ – แอล เจม – ซูส – นาเบิล
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแอล เจม (EL JEM) เมืองโบราณของกษัตริย์ THYSRUS สร้างประมาณ ค.ศ.117 – 138 สมัยอาณาจักรโรมัน เนื่องด้วยการพัฒนาระบบเกษตรกรรมของ กษัตริย์ THYSRUS ในการปลูกต้นมะกอกและผลิตน้ำมัน ส่งออกค้าขายกับกรุงโรม มีผลทำให้อาณาจักรเรืองอำนาจอย่างรวดเร็วและสูงสุดในศตวรรษที่ 3 แต่จากนั้นปัญหาการเมืองภายในทำให้อาณาจักร แอล เจม เริ่มเสื่อมอำนาจลงอย่างรวดเร็ว และสูญสิ้นไปในที่สุด ปัจจุบันอาณาจักรแอล เจม ยังคงทิ้งความโรจน์รุ่งให้คนรุ่นหลังได้ชม คือ โคลอสเซี่ยม หรือ โรงละครโรมัน (AMPHITHEATRE OF EL JEM) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกในปี 1979 โรงละครแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 230 โดยกษัตริย์ GORDIEN I เป็นโคลอสเซี่ยมที่มีขนาดใหญ่เป็น อันดับ 3 ในอาณาจักรโรมัน และถือเป็นโคลอสเซี่ยมที่มีชื่อเสียงและสำคัญที่สุดในแอฟริกา โคลอสเซี่ยมแห่งนี้ถูกสร้างเป็นโรงละครเพื่อชมการแสดงการต่อสู้ระหว่างคนและสัตว์ เพื่อความเพลิดเพลินสำหรับขุนนางและมหากษัตริย์ ภายหลังสมัยของกษัตริย์ MOHAMMED BEY สถานแห่ง นี้ถูกใช้เป็นที่กำบังสำหรับการก่อการจราจล จึงทำให้บางส่วนถูกระเบิดไปบ้าง โรงละครแห่งนี้สามารจุผู้ชมได้ 30,000 คน ถือได้ว่าเป็นโรงละครที่สมบูรณ์ที่สุดในแถบแอฟริกาเหนือและใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นของโรมันในทวีปแอฟริกาและได้รับการบูรณะและดูแลดีที่สุดของโลก นำท่านเข้าชมโรงละครแอมฟิเธียร์เตอร์ ให้ท่านได้ลองทดสอบระบบเสียงภายในโรงละคร จากนั้นนำท่านชมโรงละครเล็กอีก 2 โรงในบริเวณใกล้กัน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซูส (SOUSSE) ได้รับสมญานามว่า “อัญมณีแห่งซาเอล” เนื่องจากเป็นเมืองร่ำรวยและอุดมสมบูรณ์ด้วยไร่มะกอกที่เขียวขจี อิทธิพลโรมันยังคง
ปรากฏให้เห็นกับซากปรักหักพัง เช่นเดียวกับป้อมปราการและสุเหร่าแบบอาหรับที่ใหญ่โตงดงามเมืองซูส เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของตูนีเซียและเก่าแก่มาตั้งแต่ ยุคฟินิเชียน เมดิน่าและซุก (SOUK) ของซูสซึ่งมีกำแพงล้อมรอบนั้นกว้างใหญ่ นำท่านชม “เมืองเก่าซูส”(SOUSSE MEDINA) หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของตูนีเซีย ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นอีกหนึ่งมรดกโลกในปี 1988
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร Golf Brau
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองนาเบิล (NABEUL) เมืองแห่งเครื่องปั้นดินเผา เมืองนี้โดดเด่นเรื่องหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม แก้ว ที่เขียนลวดลาย สไตล์ตูนีเซียได้อย่างสวยงาม ซึ่งมีวิธีทำแบบแฮนด์เมดทุกขั้นตอน ตั้งแต่ปั้นขึ้นรูป แกะลายเซาะร่องจนถึงลงสี มีทุกขนาด ตั้งแต่ชามใบเล็กจิ๋วไปจนถึงแจกันสูงเท่าคน นำท่านชมการทำเซรามิกในตำรับชาวตูนิส อิสระให้ท่านเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นของที่ระลึกที่ทำจากเซรามิก หรือผลไม้ท้องถิ่นที่มีขายโดยทั่วไป โดยเฉพาะส้ม เมืองนาเบิลแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการปลูกส้มจำนวนมากและในช่วงเมษายนของทุกปีจะมีการจัดเทศกาลส้มที่เมืองนี้
ค่ำ นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 5 ดาว
วันที่เจ็ด นาเบิล – คาร์เธจ – ซิดิ บูร์ ไซด์ – ตูนิส – กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเมืองคาร์เธจ (CARTHAGE) เมืองซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในอดีต เป็นเมืองใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดเมืองหนึ่งในยุคโรมัน กระทั่งสงครามพิวนิกทำให้คาร์เธจเริ่มเสื่อมถอยจนกระทั่งพ่ายแพ้ต่อฮันนิบาล และถึงแก่กาลสลายไปเมื่อถูกพวกอาหรับยึดครองในปี ค.ศ.695 ระหว่างทางเดินทางไปเมืองคาร์เธจ เมือง คาร์เธจได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1979 และได้มีการระดมนักโบราณคดีจากหลายชาติมาช่วยบูรณะเมือง ครอบคลุมพื้นที่เมืองพิวนิกและเมืองโรมันโบราณ จากนั้นนำท่านชม โรงอาบน้ำโรงมันแอนโทนิน (ANTOININE THERMAL BATH) ซึ่งจัดได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในอาณาจักรโรมันซึ่งมีความยาวประมาณ 47 เมตรและความสูงประมาณ 15 เมตร จากนั้นนำท่านชม ท่าเรือ PUNIC PORT ซึ่งเป็นท่าเรือที่สร้างขึ้นโดยชาวโรมันโบราณและมีลักษณะพิเศษตรงที่สร้างท่าเรือเป็นวงกลม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชม เมืองซิดิ บูร์ ไซด์ (SIDIN BOU SAID) เมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองซิดิบูร์ไซด์แห่งนี้ได้รับสมญานามว่าเป็น เมืองที่โรแมนติกที่สุดในประเทศตูนีเซีย เพราะไม่เพียงแต่ทำเลที่ตั้งติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สิ่งปลูกสร้างยังได้รับอิทธิพลและอารยธรรมแบบแขกมัวร์ เช่นบ้านหรือรีสอร์ทริมทะเล จะทาตัวบ้านด้วยสีขาวตัดกับประตูและหน้าต่างสีฟ้า ชวนน่าพักผ่อน เมืองสีขาวประตูสีฟ้า เมืองแห่งแกลเลอรี่ ศูนย์รวมงานศิลปะของศิลปินชื่อดังในอดีต เมืองซิดิ บูร์ ไซด์ (SIDIN BOU SAID) เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญด้วยความงามของ เมื่อ 80 ปีที่แล้ว กลุ่มศิลปินอาวองต์ การด์ ของ ฝรั่งเศสอย่าง ชิโมน เดอ โบวร์, อังเดร กีด, ชอง ปอล ซาตร์ และจิตรกรชาวสวิสคนสำคัญ พอล คลี ได้เดินทางมาเยือนที่นี่ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองตูนิส
17.00 น. ออกเดินทางสู่เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรท เที่ยวบินที่ EK749
วันที่แปด กรุงเทพฯ
01.35 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองดูไบ เพื่อเปลี่ยนเครื่องบิน
03.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรท เที่ยวบินที่ EK384
12.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
อัตราค่าบริการ (สำหรับกรุ๊ป 15 ท่าน)
ราคาผู้ใหญ่ท่านละ 64,900 บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 6,000 บาท
โปรแกรมท่องเที่ยวตูนีซีย (ตามที่ระบุไว้ในรายการ) อัตรานี้รวมถึง
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นนักท่องเที่ยวโดยสายการบิน EK (กระเป๋าเดินทาง นน. ไม่เกิน 20 กก./ท่าน)
ค่าภาษีสนามบิน, ค่าภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ, ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท
ค่าที่พักโรงแรมระดับ 5 ดาว ตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุ
ค่าพาหนะ หรือรถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่, ค่าวีซ่าตูนีเซีย
ค่าทิปพนักงานยกกระเป๋าในโรงแรมค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และพนักงานขับรถ
หัวหน้าทัวร์ไทย คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
อัตรานี้ไม่รวมถึง
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ค่าแฟกซ์ ค่าเครื่องดื่มมินิบาร์ เป็นต้น
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
การชำระเงิน
งวดที่ 1 : สำรองที่นั่งจ่าย 10,000 บาท/ท่าน
งวดที่ 2 : ชำระส่วนที่เหลือ 20 วัน ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
ทางสายการบินขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมและวันเดินทางได้ตามความเหมาะสม
ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการเดินทางในกรณีที่คณะเดินทางไม่ถึง 15 ท่าน
เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศตูนีเซีย
เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าตูนีเซีย (15 วันทำการ)
หนังสือเดินทางมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
รูปถ่ายสีขนาด 1 นิ้วครึ่งหรือ 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป